...

posted on 18 Jul 2008 16:34 by bangdoun
 

วิสัยทัศน์ 

บริการด้วยคุณภาพ  รัฐราษฎร์ประสานใจ

ฉับไวในข้อมูล  เพิ่มพูนคุณธรรม  เลิศล้ำบริการ

  

       

  

  
                                                   

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

สิทธิ์ข้าราชการและสิทธิ์ประกันสังคม

สามารถรับบริการวางแผนครอบครัวได้

  ฟรี ไม่เสียเงิน

ไข้หวัดหมูหรือไข้หวัดสายพันธุ์ใหม่2009 ไม่หมูอย่างที่คิด เกิดการระบาดไปทั่วโลก หลายทวีป และมีหลักฐานว่าติดต่อจากคนสู่คน องค์การอนามัยโลกได้ยกระดับให้เป็นระดับ5จากทั้งหมด 6 ระดับ ทำให้มีการหวาดกลัวว่าจะระบาดไปทั่วโลกยากแก่การควบคุม ท่านคงต้องอ่านและเตรียมพร้อมรัมือกับการระบาด คลิกอ่านที่นี่

ไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่กำลังระบาดอยู่ในขณะนี้ วิธีที่จะป้องกันการระบาดได้แก่การอยู่ห่างจากผู้ที่สงสัยจะเป็นหวัดอย่างน้อย 1 เมตร ไม่ไปในที่ที่คนแออัด ล้างมือบ่อยและการสวมหน้ากากอนามัย

ไข้เลือดออกข้ออักเสบหรือโรค Chikungunya เป็นโรคที่เกิดจากไวรัส ติดต่อโดยการถูกยุงที่มีเชื้อโรคกัด ผู้ป่วยจะมีไข้สูงปวดศรีษะ ปวดตามตัว มีผื่น ที่สำคัญคือจะมีอาการปวดข้อมาก เป็นโรคนี้ไม่ถึงกับเสียชีวิตแต่จะเกิดอาการปวดข้อมาก คลิกอ่านที่นี่

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ภาพประกวดรณรงค์ป้องกันโรคไข้เลือดออก

ความประทับใจ

เหนือคำบรรยาย

ด้วยคำพูด

ดูผู้บริหารเอาละกัน

ความรู้..ดีๆ อยู่แค่ปลายนิ้ว..คลิ๊ก

ทำอย่างไร...เมื่อเด็กเป็นหวัด

เป็นธรรมดาที่เด็ก ๆ มักจะเป็นหวัดบ่อย ทั้งนี้เนื่องจากมีไวรัสชนิดต่าง ๆ ประมาณ 200ชนิด   ที่ทำให ้เด็กเป็นหวัดได้ นอกจากนั้นเชื้อจุลินทรีย์อีกหลายชนิด ก็เป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดอาการของไข้หวัด    หรือ   ทำให้เกิดการอักเสบ    ของระบบทางเดินหายใจ    เช่น ปอด ทอนซิลกล่องเสียง หลอดลม   รวมทั้งทำให้เกิดการอักเสบของไซนัส หูส่วนกลาง   หรือต่อมน้ำเหลืองเด็กปกติในช่วงอายุแรกเกิดถึง 2 ขวบ ยังไม่มีภูมิต้านทางต่อเชื้อโรคที่ทำให้เกิดหวัด    และถ้าเด็กไปอยู่ในสถานที่แออัด เช่น สถานรับเลี้ยงเด็กโรงเรียนอนุบาลโรงภาพยนตร์ หรือศูนย์การค้าที่มีคนแน่น ๆ ก็อาจจะได้รับเชื้อหวัดจากผู้อื่นและเป็นหวัดบ่อยขึ้น

           ทุกคนก็คงทราบแล้วว่าเด็กที่เป็นหวัดมักจะมีอาการไข้ คัดจมูกน้ำมูกไหล ไอ จามถ้าเป็นเด็กเล็ก ๆ อาจจะไม่ยอมดูดนม เพราะเมื่อเป็นหวัด คัดจมูก เด็กจหายใจทางจมูกไม่ได้จะต้องอ้าปากหายใจเมื่อให้ดูดนมเด็กจะหายใจไม่ได้ จึงทำให้เด็กไม่ยอมดูดนม    และร้องกวนงอแง

           การดูแลรักษาเมื่อลูกเป็นหวัดก็คือ ให้เด็กนอนพักมาก ๆ ให้ยาลดไข้ ให้ดื่มน้ำมาก ๆ ถ้าเด็กทารกหายใจไม่ออกอาจต้องพาไปพบแพทย์เพื่อขอยาหยอดจมูก หรือใช้ลูกสูบยางดูดน้ำมูกออก   ถ้าอาการไม่ดีขึ้น     ควรจะพาเด็กไปพบแพทย์   อย่าซื้อยาให้ลูกกินเองไม่ควรใหยาปฏิชีวนะรักษาโรคหวัด เพราะไม่ช่วยรักษาอาการให้ดีขึ้น รวมทั้งยังไม่สามารถป้องกันโรคแทรกซ้อนจากเชื้อแบคทีเรียได้ การให้าลดไข้ก็จะช่วยลดอาการไข้และการปวดเมื่อยตามตัว แต่ต้องใช้ยาตามขนาดของเด็กและไม่ควรใช้ยาบ่อยกินไป เพราะยาลดไข้อาจทำให้เกิดอันตรายต่อตับหรือไตได้ ห้ามให้ยาลดไข้แอสไพรินแก่เด็กที่เป็นไข้หวัด เพราะจะทำให้เกิดโรคแทรกซ้อนที่ทำให้เกิดอันตรายถึงชีวิตได้ (มีอาการของสมองบวมและตับวายร่วมด้วย)

           เด็ก ๆ ที่เป็นหวัดมักจะเบื่ออาหาร แต่การบังคับให้เด็กรับประทานอาหารก็มักจะไม่เกิดประโยชน์และไม่ประสบผลสำเร็จ พ่อแม่ควรให้ลูกดื่มน้ำ น้ำเต้าหู้ น้ำแกง น้ำผลไม้ให้มากเพื่อจะทำให้น้ำมูกไม่เหนียวข้น และช่วยให้เด็กสดชื่นแข็งแรง และหายจากโรคหวัดภายในระยะเวลา

 

9 วิธี แก้โรคนอนไม่หลับ

 อ่อนเพลียเนื่องจากนอนไม่หลับในตอนกลางคืน และตื่นขึ้นด้วยอาการอิดโรยในตอนเช้า ต่อไปนี้คือวิธีง่าย ๆ ที่ช่วยกำจัดความทุกข์ตอนนอนให้หายไป แล้วคืนนี้จะได้นอนหลับสบาย  


    1. งดเครื่องดื่มกาแฟ
    เป็นที่ทราบกันว่าคาเฟอีนมีสารกระตุ้นที่ทำให้นอนไม่หลับ แต่รู้ไหมว่าสารดังกล่าวยังตกค้างอยู่ในร่างกายอีกด้วย?
ดังนั้นทางที่ดี คือ กำจัดมันออกไปจากอาหารที่คุณกินหรืองดดื่มคาเฟอีนตั้งแต่มื้อเที่ยงเป็นต้นไป อย่าลืมคาเฟอีนที่ซ่อนอยู่ในน้ำอัดลม และของว่างต่าง ๆ เช่น โค้ก ช็อกโกแลต เป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้นอนไม่หลับ อ่านฉลากข้างกระป๋อง และข้างถุงผลิตภัณฑ์ให้ละเอียด ดื่มชาสมุนไพร เช่น ชาคาโมมาย์ล หรือชาดอกมะนาว ที่ช่วยให้จิตใจผ่อนคลายแทนชาหรือกาแฟ เนื่องจากในชาทั้งสองชนิดนี้มีสารที่ช่วยให้จิตใจสงบเยือกเย็น และปลอดคาเฟอีน

2. อาบน้ำก่อนนอน
    การแช่ตัวในน้ำอุ่นก่อนนอน จะช่วยให้จิตใจผ่อนคลายจากความเครียดทั้งปวง แต่อย่าแช่น้ำนานเกินไป เพราะแทนที่จะหายเครียดกลับเครียดหนักขึ้น เนื่องจากการแช่ตัวในน้ำร้อนนานเกิน จะทำให้ผิวสูบเสียความชุ่มชื่น ดูไม่มีชีวิตชีวา เพื่อช่วยให้หลับสบาย อย่าลืมหยดน้ำมันหอมระเหยกลิ่นลาเวนเดอร์ 2-3 หยด ลงในน้ำที่อาบ หรือจะใช้น้ำนมอาบน้ำ

3. จัดห้องให้น่านอน
    แปลงโฉมห้องนอนให้เป็นที่ที่คุณอยากใช้เวลาอยู่นานๆ จัดข้าวของที่ระเกะระกะให้เข้าที่ ทำห้องให้มีกลิ่นหอมด้วยการวางถุงกลิ่นลาเวนเดอร์ และแจกันดอกไม้สด จัดห้องนอนให้มีแสงสลัว ๆ โปร่ง และอากาศถ่ายเทได้ดี หาอะไรปิดส่วนที่เรืองแสงของนาฬิกาปลุก ซึ่งนอกจากจะให้แสงสว่างเป็นพิเศษแล้ว ยังทำให้เราหันความสนใจไปที่นาฬิกาตลอดทั้งคืน ตั้งเครื่องปรับอากาศที่อุณหภูมิพอเหมาะ ประมาณ 25 องศาเซลเซียส ซึ่งทำให้ห้องเย็นสบายกำลังดี

4. สมุนไพรพึ่งได้
    มีสมุนไพรหลายตัว โดยเฉพาะสมุนไพรจีนช่วยคลายเครียด ทำให้นอนหลับได้ดี เช่น ถั่งเฉ้า มีลักษณะเป็นแท่งยาว ๆ มีสีเหลืองเป็นมันเงา ประกอบด้วยวิตามินบี 12 โปรตีน กรดไขมัน ทั้งอิ่มตัว และไม่อิ่มตัว มีสรรพคุณช่วยระงับประสาท ทำให้นอนหลับสนิท พุทราจีน เป็นผลไม้บำรุงสุขภาพที่ดีของคนจีน สามารถกินได้ทั้งสดและแห้ง แก้อาการนอนไม่หลับ เนื้อในเมล็ดช่วยผ่อนคลายประสาท ทำให้นอนหลับสบาย โสม จัดเป็นสมุนไพรจีนที่ใช้รักษาโรคมากกว่า 2,000 ปี สารไบโอแอคทีฟ (bioactive) ในโสมช่วยแก้โรคนอนไม่หลับ และรักษาโรคความจำเสื่อม ลดความเครียด ดอกไม้จีนหรือจำฉ่ายเป็นพืชล้มลุกตระกูลเดียวกับลิลลี่ เกสรดอกไม้จีนมีสรรพคุณช่วยบำรุงประสาท ช่วยให้ผ่อนคลาย ทำให้สดชื่น และมีฤทธิ์เป็นยานอนหลับอ่อน ๆ จึงช่วยให้หลับสบาย

5. ยืดเส้นยืดสาย
    คนที่เคลื่อนไหวร่างกายขณะทำงานในระหว่างวัน จะมีปัญหาในการนอนน้อยกว่าคนที่นั่งปักหลักอยู่กับโต๊ะทำงาน การออกกำลังกายแค่วันละ 15 นาที จะช่วยให้ร่างกายได้รับออกซิเจน ทำให้ผ่อนคลาย และนอนหลับง่ายขึ้น ระหว่างวันควรออกไปเดินเล่นในสวน หรือเดินยืดเส้นยืดสายหลังอาหารเย็น หลังเดินออกกำลังแล้ว ให้พักประมาณครึ่งชั่วโมง จึงค่อยเข้านอน ทั้งนี้เพื่อให้อัตราการเต้นหัวใจและร่างกายทำงานช้าลงก่อนถึงจะสามารถเข้านอนได้

6. กินอย่างถูกต้อง
    การเข้านอนขณะท้องหิว หรืออิ่มแปล้จะไปรบกวนการนอน ซึ่งรวมถึงการกินอาหารก่อนนอนด้วย ไม่ค

edit @ 19 Aug 2008 18:21:57 by 023830353

edit @ 19 Aug 2008 18:29:06 by 023830353

edit @ 9 Jan 2009 18:57:12 by 023830353

edit @ 20 Sep 2009 17:16:09 by

edit @ 2 Jul 2010 09:20:35 by

edit @ 2 Jul 2010 09:22:03 by

edit @ 2 Jul 2010 09:32:50 by

edit @ 2 Jul 2010 09:50:31 by

edit @ 2 Jul 2010 09:52:19 by

edit @ 2 Jul 2010 10:08:31 by

edit @ 2 Jul 2010 10:11:18 by

edit @ 2 Jul 2010 10:12:27 by

edit @ 2 Jul 2010 10:13:01 by

edit @ 2 Jul 2010 10:15:46 by

edit @ 2 Jul 2010 10:17:18 by

edit @ 2 Jul 2010 10:20:52 by

edit @ 2 Jul 2010 10:22:16 by

edit @ 2 Jul 2010 10:25:23 by

edit @ 2 Jul 2010 10:35:07 by

edit @ 2 Jul 2010 11:03:14 by

edit @ 2 Jul 2010 11:07:13 by

edit @ 2 Jul 2010 11:10:34 by

edit @ 2 Jul 2010 11:12:23 by

edit @ 2 Jul 2010 11:13:11 by

edit @ 2 Jul 2010 15:42:42 by

edit @ 2 Jul 2010 15:44:22 by

edit @ 2 Jul 2010 15:46:03 by

edit @ 2 Jul 2010 15:47:02 by

edit @ 4 Jul 2010 10:40:19 by